บริการแบล็คแจ็คออนไลน์ได้เงินจริง เล่นผ่านมือถือ

แบล็คแจ็คออนไลน์ เกมไพ่ 21

แบล็คแจ็คออนไลน์มาแล้ว รู้จักก่อนใครได้ที่นี่! เชื่อว่าพวกเราคงเคยดูหนังเกี่ยวกับไพ่ หรือภาพยนตร์ตีมคาสิโนมาไม่มากก็น้อย และแน่นอนว่าแทบทุกเรื่องต้องมีเกมที่เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของการพนันแบบเท่ๆ อย่าง แบล็คแจ็ค (Blackjack) อยู่แน่นอน เช่นในหนังเจมส์บอนด์หลายๆ เรื่อง เรามักจะเห็นการเล่นแบล็คแจ็คอยู่เป็นประจำ

การเล่นพนันอย่างแบล็คแจ็คถือเป็นเกมพนันที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะในโซนยุโรป กลับมาฝั่งทางเอเชีย โดยคนไทยมักเรียกเกมพนันชนิดนี้ว่า เกมไพ่ 21 แต้ม เนื่องจากหลักของการเล่นคือหากผู้เล่นทำแต้มได้ 21 แต้มมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ อย่างไรก็ตามการเล่นแบล็คแจ็คมีกติกาและรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมีการตัดสินใจที่สำคัญและวัดทั้งกึ๋นและการคํานวณ ใครอยากเล่นหรืออยากรู้ว่ากติกาเป็นอย่างไร มาทำความเข้าใจกันได้เลย

ทดลองเล่นฟรี Wild West Gold

แบล็คแจ็คออนไลน์ คาสิโนสดระดับโลก Pragmatic Live

เปิดประสบการณ์สุดเร้าใจ เล่นแบล็คแจ็คกับคาสิโนออนไลน์ระดับโลกที่ GOO แบล็คแจ็คออนไลน์ผ่านมือถือ เดิมพันได้เงินจริง แนะนำค่าย Pragmatic Live ที่มีเกมแบล็คแจ็คที่โดดเด่นที่สุด นั่นก็คือ ONE BLACKJACK และ แบล็คแจ็คนักษัตรนักรบ ทั้งสองแบบเริ่มต้นที่ตาละ 20 บาทเท่านั้น และเดิมพันได้สูงที่สุดถึง 100,000 บาททีเดียว!

สำหรับการเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ให้เรากดเลือกที่ SIT HERE เพื่อเลือกที่นั่ง หากคุณมาช้าอาจจะต้องรอตาต่อ แต่ใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้นเกมจะเริ่มต้นโดยการที่ผู้เล่นทุกคน รวมถึงคุณได้รับการแจกไพ่คนละ 2 ใบ และเรียกไพ่ได้หลังจากนั้น อย่างไรก็ตามหากเจ้ามือเปิดได้ Ace (A) คุณจะมีสิทธิในการเลือกใช้ประกันภัยอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของแบล็คแจ็คออนไลน์

ระบบเด่น แบล็คแจ็คออนไลน์

  • เริ่มต้นเดิมพันตาละ 20 บาท
  • มีห้องให้เลือกกว่า 20 ห้อง พร้อมๆกัน
  • มีระบบ Blackjack Insurance ประกันภัย
  • ยึดตามกฏต้นตำหรับของลาสเวกัส
  • ภาพสวย คมชัด เหมือนเล่นที่คาสิโนจริง 100%
  • มีให้เลือกเล่นหลายรูปแบบกว่า

เคล็ดลับและเทคนิคอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

กติกาพื้นฐานของแบล็คแจ็ค และวิธีเล่นกติออนไลน์ที่ควรรู้

เจ้ามือจะทำการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นไปเรื่อย ๆ ตามที่ผู้เล่นร้องขอโดยไม่มีการกำหนดจำนวน ขอแค่ว่าผู้เล่นต้องมีไพ่ในมือรวมได้ 21 แต้ม หรือใกล้เคียงมากกว่าถือว่าเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าหากแต้มในมือเกิน 21 จะเป็นฝ่ายแพ้ทันที หรือผู้เล่นบางคนจั่วไพ่ไปเรื่อย ๆ แล้วแต้มใกล้เคียงกับ 21 เช่น 17, 18, 19, 20 จะหยุดจั่วเพื่อลุ้นเอาชนะก็ได้ ทำให้การเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์เป็นอะไรที่เฉือนคมกันสุดๆ จะหยุดแค่นี้ หรือจะไปต่อแต่มีโอกาสเสี่ยงดี?

การนับแต้มไพ่หน้าต่างๆ

การนับเลขของแบล็คแจ็คประกอบไปด้วย A = 1 หรือ = 11 ขึ้นอยู่กับหน้าไพ่ที่ผู้เล่นมีแต้มรวมอยู่, 2-10 มีหน้าไพ่เท่ากับตัวเลขบนไพ่ J, Q, K = 10

การนับเลขของแบล็คแจ็คประกอบไปด้วย A = 1 หรือ = 11 ขึ้นอยู่กับหน้าไพ่ที่ผู้เล่นมีแต้มรวมอยู่, 2-10 มีหน้าไพ่เท่ากับตัวเลขบนไพ่ J, Q, K = 10

กติกาอย่างหนึ่งของแบล็คแจ็คจะเรียกว่า การประกัน หมายถึง หากเจ้ามือเปิดไพ่ใบแรกเป็น A จะเกิดการประกันขึ้นเพื่อรับรองรับความเสี่ยงให้กับผู้เล่นกรณีเจ้ามือได้ 21 แต้ม เงินประกันที่ได้จะเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันที่นักพนันคนนั้นลงไป ถ้าหากเปิดแล้วเจ้ามือไม่ได้ 21 แต้ม ก็เล่นกันต่อ ถ้าเสมอก็รับเงินคืนไป

แยกไพ่แบล็คแจ็ค (Split)

หากไพ่ 2 ใบแรกเลขเดียวกัน เช่น 3, 3 หรือ 5, 5 ผู้เล่นสามารถแยกออกเป็น 2 มือได้ โดยเงินที่เดิมพันอีกมือต้องเท่ากับเงินครั้งแรกที่ลงไป ยกตัวอย่าง หากตอนแรกเดิมพันไป 500 บาท กรณีได้ไพ่เหมือนกัน 2 ใบแล้วอยากแยกเดิมพันก็ต้องแบ่งเป็นมือละ 500 บาท รวมเป็น 1,000 บาท นอกนั้นก็ทำตามกติกาทั่วไปได้เลย

เพิ่มเดิมพัน 2 เท่า (Double)

กรณีเจ้ามือเปิดแค่ 2 ใบแรกแล้วไม่ใช่ 21 แต้ม ผู้เล่นก็เรียกไพ่เพิ่มพร้อมเพิ่มเงินแทงเป็น 2 เท่าได้ แต่ถ้ามั่นใจจะเพิ่มเงิน เจ้ามือจะแจกให้กับคนเล่นอีกแค่ใบเดียว แต่ถ้าไม่เพิ่มเดิมพัน 2 เท่า ก็จั่วไพ่ได้ตามปกติที่อยากจั่ว

รูปแบบการแพ้ชนะของแบล็คแจ็ค

  • แต้มที่นักพนันทุกคนได้ต้องไม่เกิน 21 แต้ม หากเกินไปกว่านั้นถือว่าแพ้และเสียเงิน
  • กรณีที่ผู้เล่นทุกคนหยุดจั่วหมดแล้ว หมายถึง พึงพอใจกับไพ่ในมือ จะหยุดแจกไพ่ อย่างไรก็ตามกรณีที่เจ้ามือได้ไพ่ถึง 17 แต้ม แล้วจะไม่มีสิทธิ์ในการจั่วไพ่เพิ่ม
  • การชนะหมายถึงแต้มต้องมากกว่าเจ้ามือแต่ไม่เกิน 21 แต้ม หากแต้มเสมอกันเท่ากับเกมนั้นจะไม่มีใครได้ใครเสีย คืนเงินเดิมพัน

ประเภทการวางเดิมพันรูปแบบอื่นๆ เฉพาะแบล็คแจ็คในคาสิโนออนไลน์

การเล่นแบล็คแจ็ค นอกจากจะมีการเดิมพันปกติซึ่งดูจากหน้าไพ่ให้ได้ 21 แต้มแล้ว ยังมีการเดิมพันรูปแบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจอยู่ด้วย ในที่นี้จะเรียกการวางเดิมพันรูปแบบอื่น ๆ ว่า Bet Side หรือ การวางเดิมพันพนันข้างเคียง โดยแต่ละประเภทมีกติกาดังนี้

  1. Perfect Pair คือ การวางเดิมพันเพื่อเพิ่มโอกาสชนะแม้เปิดแค่ 2 ใบ แต่กติกาคือไพ่ทั้ง 2 ใบ ต้องเป็นไพ่คู่กัน เช่น แทง J, J หรือ A, A เป็นต้น โดยอัตราการจ่ายเงินจะต่างกันออกไปดังนี้
  • คู่ผสม คือ ดอกกับสีไม่เหมือนกัน เช่น 9 ข้าวหลามตัด กับ 9 ดอกจิก แบบนี้จะได้เงิน 6 เท่า
  • คู่สี คือ สีเดียวกัน ไม่ต้องสนใจดอก เช่น 4 โพดำ กับ 4 ดอกจิก แบบนี้จะได้เงิน 12 เท่า
  • คู่เหมือน คือ คู่ที่ดอกเดียวกัน เช่น 5 โพแดง กับ 5 โพแดง แบบนี้จะได้เงิน 25 เท่า

2. Bet Behind คือ การวางเดิมพันตามคนเล่นคนอื่น ผู้เล่นสามารถอิงจากไพ่ของคนที่ชนะคนอื่นได้ มีการกำหนดตัวเงินเดิมพันเอง แต่จะบอกให้จั่วเพิ่มอีกไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือ เมื่อคิดวางเดิมพันกับคนนั้นก็ต้องรอดูไพ่ที่ออกมาเลย

3. 21+3 คือ รูปแบบเดิมพันที่มั่นใจว่าโอกาสของไพ่ในมือมีสิทธิ์เกิดเป็นฟลัช, สเตรท, ตอง, สเตรทฟลัช และตองเหมือน โดยรูปแบบดังกล่าวคือ

  • ไพ่ฟลัช หรือ ไพ่สี หมายถึง ไพ่ในมือ 3 ใบ ดอกเดียวกันหมด เช่น 5, 8, K โพดำ แบบนี้จะได้เงิน 5 เท่า
  • ไพ่สเตรท หรือ ไพ่เรียง หมายถึง ไพ่ในมือ 3 ใบ ตัวเลขเรียงลำดับกันไม่ต้องสนใจดอกกับสี เช่น 2 โพดำ, 3 โพแดง, 4 ดอกจิก แบบนี้จะได้เงิน 10 เท่า
  • ตอง หมายถึง ไพ่ในมือ 3 ใบ เลขเดียวกันหมด ไม่ต้องสนใจดอกและสี แบบนี้จะได้เงิน 30 เท่า
  • สเตรทฟลัช หมายถึง ไพ่เรียงลำดับและดอกกับสีเดียวกันทั้งหมด เช่น 2, 3, 4 โพแดง แบบนี้จะได้เงิน 40 เท่า
  • ตองเหมือน หมายถึง ไพ่ในมือ 3 ใบ เลขเดียวกัน ดอกกับสีเดียวกัน เช่น 10 โพดำทั้ง 3 ใบ แบบนี้จะได้เงิน 100 เท่า

อย่างไรก็ตามจำนวนเงินพิเศษนี้จะขึ้นอยู่กับการกำหนดของวงพนันนั้น ๆ ด้วยว่าจะจ่ายเท่าไหร่ แต่อัตราที่บอกไปเป็นอัตราพื้นฐานที่ส่วนใหญ่จะเลือกจ่ายกันนั่นเอง

ประวัติความเป็นมาของไพ่แบล็คแจ็ค

ต้นกำเนิดของเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้นไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนแต่มีแนวโน้มว่ามีที่มาที่ไปของการวางเดิมพันมาจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเกมการเดิมพันที่ชื่อว่า vingt-et-un (แปลตรงตัวได้ว่า 20 และ 1 หรือ 21 นั่นเอง) ลักษณะของเกมนี้จะมีการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นที่คล้ายกันกับกติกาของแบล็คแจ็คในปัจจุบัน ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของเกมคือ การลุ้นผลรวมของแต้มในมือให้มากที่สุด แต่ต้องไม่เกิน 21 แต้ม

ไพ่แบล็คแจ็คยังมีประวัติคล้าย ๆ กันอยู่กับชาวอิตาเลียนอีกด้วย โดยเกมไพ่ของอิตาเลียน จะวัดผลแพ้ชนะจากแต้มที่รวมกันได้ 7.5 แต้ม หากแต้มในมือเกินจากนี้ จะถือว่าแพ้ทันที ทั้งนี้ยังมีเกมไพ่ 31 แต้ม ของชาวสเปนที่อาจถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนารูปแบบการเล่นแบล็คแจ็ค ที่เราเห็นในยุคปัจจุบัน เกมไพ่ 21 แต้มถูกเปิดตัวอย่างกว้างขวางในประเทศอเมริการาวปีค.ศ.1800 แต่ในช่วงแรกนั้นยังไม่ได้รับความนิยมในคาสิโนมากนักถึงขั้นที่มีการเสนอการจ่ายผลตอบแทน 10 ต่อ 1หากผู้เข้าร่วมเดิมพันสามารถที่จะชนะด้วยแต้มแบล็คแจ็คในไพ่ 2 ใบแรก เพื่อดึงดูดความสนใจให้ผู้เล่นเข้ามาเล่นเกมรูปแบบนี้เพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเริ่มได้รับความนิยมและถูกตั้งชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า แบล็คแจ็ค

จากนั้นมีการนำรูปแบบของ การเล่นแบล็คแจ็ค เข้าไปใช้กับการเล่นพนันในเนวาด้า ช่วงปี ค.ศ. 1931 ซึ่งถูกระบุให้เป็นเกมพนันที่ถูกกฎหมายมีให้ได้เล่นกันในบ่อนคาสิโนลาสเวกัสและนั่นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัว แบล็คแจ็ค ในคาสิโนกันอย่างเต็มรูปแบบ ในเวลาต่อมาแบล็คแจ็ค ถูกระบุให้เป็นรูปแบบพื้นฐานของการเล่นเกมไพ่ชนิดนี้เมื่อได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำมาเป็นรูปแบบของเกมคาสิโนออนไลน์

เทคนิคเล่นไพ่แบล็คแจ็คด้วยวิธีการนับไพ่ด้วย

การนับไพ่ผู้เล่นจะได้เปรียบเจ้ามือโดยเฉพาะผู้เล่นในลำดับท้าย ๆ จะมีเวลาในการจดจำไพ่และนับไพ่ที่ออกมาหงายเพื่อที่จะคำนวณดูได้ว่าไพ่ที่อยู่ในกองหรือที่คว่ำไว้นั้นเหลือไพ่อะไรบ้าง ซึ่งความน่าจะเป็นที่ได้นั้นคือไพ่อะไร หากใครไม่มีพิรุธในเรื่องของการนับไพ่แล้วก็ยากที่ทางบ่อนจะทำการตรวจจับได้ เพราะผู้เล่นไม่มีกระดาษ ปากกาหรือดินสอเพื่อใช้ในการบันทึกหากแต่ต้องอาศัยความจำของสมองที่ดีมาก ๆ เพื่อที่ทำการจดจำและนับไพ่ได้ สำหรับ สูตรเล่นไพ่แบล็คแจ็ค จะมีวิธีการเล่นยังไงไปดูกันเลย

อันดับแรกต้องกล่าวถึงการตัดสินใจต่าง ๆ ก่อนว่าผู้เล่นจะเรียกไพ่, ยอมหรือจะหมอบ ทั้งนี้ต้องมาดูว่าไพ่ที่อยู่ในมือของผู้เล่นแต่ละคนนั้นมีแต้มอย่างไร ผู้เล่นจะไม่เรียกไพ่หรือหยุดเรียกไพ่เพิ่มเมื่อมีแต้มเท่ากับ 17-18-19 และ 20 เพราะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะดึงเข้าไพ่และแต้มเกิน 21 ก่อนที่จะเข้า สูตรเล่นไพ่แบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะต้องรู้ให้ได้เสียก่อนว่าเกมไพ่ที่จะเล่นนั้นใช้ไพ่ทั้งหมดกี่สำรับเพราะนั่นหมายถึงจะได้คำนวณได้ถูกว่าไพ่ที่ออกมาครบตามจำนวนที่อยู่ในสำหรับแล้วหรือยัง เนื่องจากไพ่ทุกใบที่หงายยอมแพ้หรือหมอบทางเจ้ามือจะไม่ดึงไพ่กลับเข้าไปในกองหากแต่รอการสับไพ่ใหม่ในรอบถัดไป

การคำนวณแต้มผู้เล่นกับเจ้ามือบนเกมไพ่แบล็คแจ็ค

หากผู้เล่นได้แต้ม 16 แต้มแล้วไพ่เจ้ามือใบแรกหงายโชว์เป็นไพ่ 2-3-4-5 และ 6 ผู้เล่นควรหยุดเรียกไพ่ ทำไมไพ่หน้า 2-3-4-5 และ 6 จึงควรหยุดเรียก เพราะถ้าใบที่คว่ำอยู่มีแต้ม 10 เท่ากับว่าเจ้ามือมี 16 แต้มและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องหยุดเพราะเจ้ามือไม่สามารถที่จะหยุดที่ 16 แต้มได้ โอกาสที่จะจั่วเข้าไปสูงเพื่อแต้มเกิน 21 เป็นไปได้ที่สูงมาก แต่ถ้าหน้าไพ่ของเจ้ามือเป็น 7 และ 8 ผู้เล่นควรเลือกไพ่ 1 ใบ หน้าไพ่เจ้ามือเป็น 9-10-J-Q-K- A ให้ทำการหมอบและยอมที่จะเสียเงินเดิมพันเพียงครึ่งเดียว เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าไพ่ที่คว่ำนั้นคือ 9-10-J-Q-K- A หรือไม่ เพราะถ้าใช่คุณสู้ต่อก็จะเสียเงินเต็มจำนวน

นี่เป็นกลยุทธ์ของการเรียกไพ่และอ่านไพ่ที่เป็นมาตรฐาน สำหรับคนที่ไม่ชอบเสี่ยง ในขณะที่หากคุณเป็นคนชอบเสี่ยงก็สามารถที่จะสู้กับไพ่ของเจ้าได้ โดยที่ไม่หมอบ อาจจะลุ้นให้การดึงไพ่ใกล้เคียงกับ 20 แล้วให้เจ้าเปิดเองดีกว่า เพราะเมื่อแต้มตัวเองอยู่ในระดับไหนนั้นและต้องการที่จะวิเคราะห์ไพ่เจ้ามือ เพราะถ้าคุณเล่นและวิเคราะห์ไปอย่างนี้รับรองได้ว่าโอกาสที่เจ้ามือจะกินเงินเดิมพันของคุณนั้นเป็นไปได้ยากอย่างแน่นอน

เกมฮิต

สล็อต

สมัคร

คาสิโน

LINE